บทความ อ. ๕๒/๒๕๖๓
วีระเชษฐ์ จรรยากูล
นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ
อยากรู้ว่าใครไล่
เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ก็ทำงานตามปกติแหละครับ แต่จะให้บริการถูกใจทุกคนก็ยาก เป็นเหตุให้ถูก
ร้องเรียน แล้วจะขอเอกสารมาดูเพื่อรู้ว่าใครร้องเรียน และไม่พอใจด้วยเรื่องอะไร ได้หรือไม่
นายกนกเป็นเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลแห่งหนึ่ง ได้มีหนังสือถึงเทศบาลฯ ขอสำเนาหนังสือ
ลงวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ ทั้งฉบับ ที่มีผู้ร้องเรียนตนเอง เทศบาลฯ มีหนังสือแจ้งว่าอนุญาตให้ตรวจดูข้อมูล
ร้องเรียนได้ แต่ไม่ให้ถ่ายสำเนา เนื่องจากเป็นเรื่องภายในของเทศบาลฯ อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจะดำเนินการ
อย่างไร นายกนกจึงมีหนังสืออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ในการประชุมของคณะกรรมการวินิจฉัย ฯ เทศบาลแห่งนั้นมีหนังสือส่งข้อมูลข่าวสารไป
ประกอบการพิจารณาและชี้แจงว่า ราษฎรหมู่ที่ ๖ – ๙ จ านวน ๔๘ คน ร่วมลงชื่อยื่นหนังสือขอให้ย้ายนายกนก
ออกจากพื้นที่ โดยอ้างว่าได้รับความเดือดร้อนจากการกระทำและพฤติกรรมฯ ในการไปติดต่อราชการไม่ได้รับ
ความสะดวก ใช้วาจาไม่สุภาพ ต่อมานายกนกได้ให้ทนายความขอถ่ายสำเนาหนังสือร้องเรียนดังกล่าว และความ
จริงนายกนกได้รับทราบหนังสือนั้นแล้ว เพราะมีหน้าที่บันทึกความเห็นหนังสือราชการเสนอตามลำดับชั้นและ
ผู้บริหารลงนามสั่งการ เหตุที่ปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลเพราะต้องปฏิบัติตามระเบียบ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รวมทั้งกลุ่มผู้ร้องเรียนเป็นราษฎรในพื้นที่การปกครองของเทศบาลฯ อย่างไรก็ดี นายกนกได้แจ้งความร้องทุกข์
ดำเนินคดีกับผู้มีรายชื่อลำดับที่ ๓ กับพวกแล้วและสถานีตำรวจก็มีหนังสือไปขอสำเนาเอกสารซึ่งก็ได้ส่งให้
พนักงานสอบสวนไปแล้ว
คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาเห็นว่า เทศบาลฯ ได้อนุญาตให้นายกนก
ตรวจดูข้อมูลร้องเรียนได้ แต่ไม่ให้ถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสาร เพราะเห็นว่ายังอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าจะดำเนินการ
อย่างไรต่อไป และในหนังสือร้องเรียนมีชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ของผู้ร้องเรียนอยู่ด้วย ซึ่งปกติจะให้หน่วยงาน
เปิดเผยข้อความรายละเอียดการร้องเรียน แต่จะให้ปกปิดชื่อ นามสกุล และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่อยู่ในหนังสือ
ร้องเรียนนั้น เพราะเป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕ (๕) แต่เมื่อพิจารณาถึงการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ
ประโยชน์สาธารณะ และประโยชน์ของเอกชนแล้ว จึงวินิจฉัยให้เทศบาลตำบลแห่งนั้น เปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม
คำขอ พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง โดยให้ปกปิดข้อมูลข่าวสารในขอบเขตสิทธิส่วนบุคคลของผู้ร้องเรียนคือ ชื่อ
นามสกุล และที่อยู่
สู้ ๆ ครับ ท่านก็ได้ไปเฉพาะประเด็นที่ถูกร้องเรียนก็เอาไปใช้ชี้แจงต่อผู้บังคับบัญชาได้
หน่วยงานอื่นก็ขอให้ดูเรื่องนี้เป็นแนวว่าควรพิจารณาการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารว่า มีอยู่ ๓ หลักเท่านั้น
มีข้อสงสัยการปฏิบัติหรือจะใช้สิทธิตามกฎหมายนี้ หารือไปได้ครับที่ ๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘ www.oic.go.th
(ที่ สค ๓๐๙/๒๕๖๓)
“รู้สิทธิ ชีวิตเปลี่ยน ”
