Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์

Provincial Office of Natural Resources and Environment Uttaradit

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ความรู้เกี่ยวกับ พรบ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540

บทความเรื่อง แอบดูครูกับลูก

บทความเรื่อง แอบดูครูกับลูก

   บทความ อ. ๕๑/๒๕๖๓  

                                                                                                 วีระเชษฐ์  จรรยากูล  

                                                                           นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการ  

                                                    แอบดูครูกับลูก  

                    มีข่าวครูตีเด็กจนน่าจะเกินเหตุ ผู้ปกครองรับไม่ได้ ความมาแตกตอนที่ขอดูกล้องวงจรปิดนี่แหละ 
รวมไปถึงค่าเทอมแพง ๆ ก็เลยขอดูข้อมูลเรื่องการจัดการเรียนการสอนรวมไปด้วย  

                   นางต่ายได้มีหนังสือตามแบบคำขอข้อมูลข่าวสารถึงโรงเรียนแห่งหนึ่ง ขอสำเนาขอตรวจดูและ 
ถ่ายสำเนาเอกสารเกี่ยวกับการดำเนินงานของโรงเรียน จำนวน ๔ รายการ คือ ๑) รายละเอียดการจ้างครูอัตรา 
จ้างทั้งคนไทยและครูต่างชาติ พร้อมเอกสารการสมัครของทุกคน  ๒) บันทึกการประชุม เรื่อง การจัดให้มี 
โครงการห้องเรียนพิเศษ  MAP และ EIS การขออนุมัติโครงการ ๓) ขอดูกล้องวงจรปิดและภาพที่บันทึก         
๔) รายละเอียดการซ่อมแซมห้องน้ำ แต่โรงเรียนฯ มีหนังสือแจ้งปฏิเสธด้วยเหตุผลว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้อง 
เปิดเผยตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ นางต่ายจึงมีหนังสืออุทธรณ์                 
ต่อคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร  

                   ในการพิจารณาของคณะกรรมการวินิจฉัย ฯ โรงเรียนฯ ส่งข้อมูลรายการที่  ๑, ๒ และ  
รายการที่ ๔ ไปประกอบการพิจารณาและชี้แจงว่า เอกสารรายการที่ ๑ การรับสมัครครู ในสมัยที่นายคณิตไปดำรง 
ตำแหน่งผู้อำนวยการ ได้รับครูคนไทย ๖ คน ครูต่างชาติ ๔ คน และข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๔ เรื่องซ่อมแซม 
ห้องน้ำก็ซ่อมเสร็จแล้ว ส่วนข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๓ ภาพที่บันทึกจากกล้องวงจรปิดระหว่าง   เดือนมีนาคม  
ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๓ ไม่สามารถเก็บข้อมูลไว้ได้ เพราะได้ล่วงเลยเวลาไปนานแล้ว   

                   คณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารพิจารณาเห็นว่า ข้อมูลข่าวสารที่นางต่ายมีคำขอ 
และโรงเรียนฯ ปฏิเสธการเปิดเผยไปทั้ง ๔ รายการ เมื่อโรงเรียนชี้แจงว่าไม่มีข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๓ คือ  
ข้อมูลที่บันทึกภาพของกล้องวงจรปิด ระหว่างเดือนมีนาคม ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๓ เนื่องจากบันทึกภาพ    
ทับข้อมูลเดิมไปแล้ว และกล้องมีความจุเก็บได้เพียง ๒๐ วัน จึงไม่มีข้อมูลที่จะให้ เรื่องนี้จึงไม่ใช่การปฏิเสธ    
ไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร หากนางต่ายไม่เชื่อว่าเป็นความจริง ก็อาจใช้สิทธิร้องเรียนตามมาตรา ๑๓ ประกอบ 
มาตรา ๓๓ ได้ต่อไป ส่วนข้อมูลข่าวสารรายการที่  ๑ การรับสมัครครูอัตราจ้าง รายการที่ ๒ และรายการที่ ๔  
เป็นข้อมูลข่าวสารการปฏิบัติราชการปกติที่เกี่ยวกับการบริหารงานของโรงเรียน และไม่มีข้อความที่เข้าลักษณะอย่าง 
หนึ่งอย่างใด ตามมาตรา ๑๕ ที่หน่วยงานของรัฐอาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยได้  การเปิดเผยจะแสดงให้เห็นถึงความ 
โปร่งใสตรวจสอบได้ของโรงเรียน ฯ จึงเห็นควรเปิดเผยได้ สำหรับข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๑  ในส่วนของแบบ 
กรอกใบสมัครลูกจ้างของสถานศึกษาของผู้สมัครทั้งหมด ให้เปิดเผยเฉพาะ ชื่อ นามสกุล ก็เพียงพอที่จะให้ผู้ขอ 
ตรวจสอบถึงความโปร่งใส รวมทั้งผู้ขอก็ไม่แสดงเหตุผลว่าต้องการนำข้อมูลข่าวสารในส่วนนี้ไปใช้เพื่อประโยชน์ 
อะไร การเปิดเผยข้อมูลรายละเอียดอื่น ๆ ในใบสมัครงานจะเป็นการรุกล้ำสิทธิส่วนบุคคลของบุคคลอื่นโดยไม่ 
สมควรตามมาตรา ๑๕ (๕)  จึงวินิจฉัยให้โรงเรียนฯ เปิดเผยข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๑ ในส่วนของประกาศ     
รับสมัครงานรายการที่ ๒ และรายการที่ ๔ แต่ในส่วนของแบบกรอกใบสมัครครูอัตราจ้าง ในรายการที่ ๑ ให้เปิดเผย 
เฉพาะ ชื่อ นามสกุล พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องให้ไป ส่วนข้อมูลข่าวสารรายการที่ ๓ ให้ยกอุทธรณ์   

                   มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐  
หารือไปได้ที่สำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี            
๐ ๒๒๘๓ ๔๖๗๘   www.oic.go.th      
(ที่ สค ๓๐๑/๒๕๖๓)                    “รู้สิทธิ ชีวิตมีคุณค่า ”