Loading...

สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์

Provincial Office of Natural Resources and Environment Uttaradit

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ประชุมสรุปผลการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

ประชุมสรุปผลการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

วันที่ 10 กันยายน 2569 เวลา 09.30 น. นายประจักษ์ สุวรรณเดช ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ พร้อมด้วยผู้อำนวยการส่วนฯ เข้าร่วมการประชุมสรุปผลการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ณ ห้องประชุมสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมี นายพิชิต สมบัติมาก หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานการประชุม

การประชุมในครั้งนี้ได้สรุปผลการดำเนินงานที่สำคัญในหลายมิติ เริ่มจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การใช้ Thermal Drone และระบบ AI ควบคู่กับ IoT ในการเฝ้าระวังช้างป่า การใช้ระบบ SMART Patrol และโดรนสำรวจป่าชายเลน ตลอดจนการบูรณาการเทคโนโลยีสื่อสารดาวเทียม "ไทยคม" เพื่อปกป้องผืนป่า ควบคู่ไปกับการยกระดับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Eco Tourism) ที่มุ่งเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวให้เป็น "เส้นทางท่องเที่ยวสีเขียว" พร้อมนำระบบ E-Ticket และแอปพลิเคชัน QueQ มาใช้บริหารจัดการขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยว (Carrying Capacity) รวมถึงมาตรการ "อุทยานสีขาว" และการบูรณาการระบบ Sky Doctor เพื่อดูแลความปลอดภัยขั้นสูงสุด

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้ติดตามการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัยพิบัติเชิงรุก ทั้งการยกระดับสถานี Early Warning รับมือน้ำท่วมและดินถล่ม การติดตั้งเครื่องตรวจติดตามการเคลื่อนตัวของมวลดินเชื่อมโยงระบบ Cell Broadcast ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero 2050 ซึ่ง จังหวัดอุตรดิตถ์ ถือเป็น 1 ใน 5 จังหวัดนำร่องที่ต้องเร่งขับเคลื่อนเป้าหมายคาร์บอนต่ำอย่างเป็นรูปธรรม โดยเตรียมเปิดศูนย์ข้อมูลด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (CCIC) ในปี 2569 เพื่อบูรณาการฐานข้อมูลก๊าซเรือนกระจกระดับจังหวัดให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน

ในส่วนของการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน กระทรวงฯ ได้สั่งการให้นำเทคโนโลยี AI มาช่วยคัดกรองเอกสารเพื่อเร่งรัดแก้ปัญหาที่ดินคงค้างตามมติ ครม. กว่าแสนคำขอ พร้อมทั้งปรับแผนบริหารจัดการไฟป่าและฝุ่น PM2.5 แบบ 14 กลุ่มป่า การจัดทำห้องปลอดฝุ่น และยกระดับการจัดการเรื่องร้องเรียนของประชาชนผ่านช่องทาง MNRE e-Service และระบบ GREEN AI เพื่อให้การแก้ไขปัญหาบรรเทาความเดือดร้อนเป็นไปอย่างรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพสูงสุด

แกลเลอรี่